Yorushika Thai Fans ◂Ⓘ▸

雨は止んでいた。

ฝนหยุดตกแล้ว

外を眺めながら、 私はじっと彼の話を聞いていた。

ในระหว่างที่มองออกไปข้างนอก ฉันก็นั่งฟังเรื่องเล่าของเขาอยู่อย่างเงียบงัน

夕暮れは流れるように夜へと変化して、 あれだけ色濃く空を覆っていた雨雲も 今はその隙間が見えた。

ยามโพล้เพล้ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่ค่ำคืนราวสายน้ำไหล เมฆฝนที่เคยบดบังท้องฟ้าจนมืดครึ้มขนาดนั้น บัดนี้ก็เริ่มมองเห็นช่องว่างระหว่างเมฆแล้ว

髪が乾いていた。

เส้นผมของฉันแห้งสนิทแล้ว

彼が作ってくれたホットミルクの 最後の一口を私は飲み干した。

ฉันดื่มนมอุ่นที่เขาชงให้จนหมด ไม่เหลือแม้สักหยดเดียว

二人でこんなにも長く話したのはいつ振りだろう。

นานแค่ไหนแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้นั่งคุยกันยาวนานขนาดนี้

彼がソファから立ち上がったので、 私は窓から視線を戻した。

พอเขาลุกขึ้นจากโซฟา ฉันจึงละสายตาจากหน้าต่างกลับมามองเขา

部屋はすっかり薄暗く、冷めている。

ภายในห้องมืดสลัวลงอย่างสิ้นเชิง และเริ่มเย็นชืด

彼は食器を片手にキッチンへと歩いて行く。その途中で、壁のスイッチを押して部屋に明かりを点けた。

เขาถือแก้วด้วยมือข้างหนึ่งเดินไปที่ห้องครัว ระหว่างทางเขาเอื้อมมือไปกดสวิตช์บนผนังเพื่อเปิดไฟในห้อง

「ありがとう」 私は声をかける。

“ขอบคุณนะ” ฉันเอ่ยบอกเขา

「どういたしまして」

“ไม่เป็นไรหรอก”

彼は暫く間を置いて、返事をする。 彼の姿がキッチンへと消える。

เขาเว้นช่วงไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบ แล้วเขาก็หายลับเข้าไปในห้องครัว

私はソファに座ったまま、 明るくなった部屋の中で、 まだ彼の話を思っている。

ฉันยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ในห้องที่พลันสว่างขึ้น และยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องที่เขาเล่าไม่หาย

夜の帳が下りていく。

ม่านราตรีค่อย ๆ โรยตัวลงมา

雨上がりの街に少しずつ灯りが灯る様子を私は想像する。

ฉันจินตนาการถึงภาพบ้านเมืองหลังฝนซาที่แสงไฟเริ่มทยอยสว่างขึ้นทีละดวง

キッチンからは 小さく、彼の独り言が聞こえる。

ฉันได้ยินเสียงพึมพำของเขา ดังแผ่วเบามาจากในครัว

私は辺りを見渡してみる。 とても懐かしい感覚がする。

ฉันลองกวาดสายตามองไปรอบตัว สัมผัสได้ถึงความรู้สึกชวนให้คิดถึงอย่างบอกไม่ถูก

殆ど変わっていない部屋。

ห้องที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด

ソファの配置から、アップライトピアノや、小物の位置まで同じ。

ตั้งแต่ตำแหน่งของโซฟา เปียโนอัปไรต์ ไปจนถึงตำแหน่งของข้าวของกระจุกกระจิก ล้วนเหมือนเดิมทุกอย่าง

変わらなすぎるのは少し心配だけれど。

ถึงการที่ไม่เปลี่ยนไปเลยขนาดนี้จะทำให้แอบเป็นกังวลอยู่บ้างก็เถอะ

衣装箪笥の隣に立て鏡。壁にはタペストリーがある。丸型の壁掛け時計は一緒に雑貨屋で選んだもの。その隣に日めくり型のカレンダー。カレンダーは捲られていない。

ข้างตู้เสื้อผ้ามีกระจกตั้งพื้น บนผนังมีพรมแขวนประดับ นาฬิกาแขวนทรงกลมเป็นของที่เราเคยช่วยกันเลือกที่ร้านขายของจิปาถะ ข้าง ๆ กันนั้นมีปฏิทินแบบฉีกวัน ปฏิทินไม่ได้ถูกฉีกออกเลย

何か、強烈な違和感がする。

ความรู้สึกผิดปกติอันรุนแรงบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในใจ

私は考える。一緒に暮らしたあの時間が 私はとても幸せだった。

ฉันคิดทบทวน... ช่วงเวลาที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้น ฉันมีความสุขมากจริง ๆ

別れは何処にでもある当たり前のことで、 仕方がない話だった。私にとっても彼にとっても。

การเลิกราก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง และเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ สำหรับทั้งฉันและเขา...

キッチンから漏れ出る水音が止まって、 彼が顔を出す。既視感がした。

เสียงน้ำที่แว่วดังมาจากห้องครัวหยุดลง เขาโผล่หน้าออกมา ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดพลันผุดขึ้นมา

私にはこれから彼が言う言葉がわかる。 いつものようにホットミルクを作ってくれたあと、彼は私の名前を呼んでこう確認する。

ฉันรู้ดีว่าหลังจากนี้เขาจะเอ่ยคำพูดอะไรออกมา หลังจากที่ชงนมอุ่นให้เหมือนทุกที เขาจะเรียกชื่อฉันแล้วเอ่ยถามอย่างนี้...

「XXX、おかわりはいる?」

“XXX เอาเพิ่มไหม?”

私だけしかいない部屋に声が反響する。

สุ้มเสียงนั้นสะท้อนก้องในห้องที่มีเพียงฉันอยู่ตามลำพัง

私はゆっくりと顔を上げる。 台所から顔を出した彼が、気まずそうに首を振りながら向かってくる。

ฉันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง เขาที่เพิ่งโผล่หน้าออกมาจากครัว ส่ายหน้าด้วยความกระอักกระอ่วนใจพลางเดินตรงมาหาฉัน

何か致命的な間違いをしたかのように。

ราวกับว่าเขาเพิ่งทำความผิดพลาดครั้งร้ายแรงลงไป

居た堪れない様子で、彼はソファに座る。

เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ด้วยท่าทีอึดอัดทรมานใจจนทนแทบไม่ไหว

その途中、手にぶつかってまたあの写真立てが落ちる。照明の光を反射させながら、 音を立てて転がっていく。

ในจังหวะนั้น มือของเขาก็ปัดไปโดนกรอบรูปอันเดิมจนร่วงลงมาอีกครั้ง มันสะท้อนแสงไฟและกลิ้งไถลไปกับพื้นพร้อมเสียงดัง

彼は落ちた写真立てを見る。 ゆっくりと腕を上げて、彼は頭を掻きむしった。

เขาจ้องมองกรอบรูปที่ร่วงลงไป ค่อย ๆ ยกแขนขึ้นแล้วขยี้หัวตัวเองอย่างแรง

私は思わず声を上げる。 部屋に奇妙な音が反響する。 これは何の音だろうか。

ฉันเผลอส่งเสียงร้องออกไปโดยไม่รู้ตัว เสียงประหลาดพิลึกพิลั่นพลันสะท้อนก้องไปทั่วห้อง นี่มันคือเสียงอะไรกันนะ?

彼の体から力が抜ける。 彼はテーブルの椅子を引いて、深く腰掛けた。長いため息が聞こえた。

เรี่ยวแรงค่อย ๆ คลายออกจากร่างของเขา เขาเลื่อนเก้าอี้ตรงโต๊ะออกมาแล้วทิ้งตัวนั่งลงพิงอย่างหมดแรง เสียงถอนหายใจยาวดังแว่วขึ้นมา

「大事だったんだ」

“เธอเป็นคนสำคัญมากจริง ๆ”

独り言でも言うかのように、彼は話した。

เขาเอ่ยออกมา ราวกับกำลังพร่ำพูดอยู่คนเดียว

「ずっと幸せで、何をするにも一緒で、それが心地良くて」 「俺ばかりが貰っているような気がして、いつも申し訳なかった。心苦しかった」 「幸せだったんだ」

“ที่ผ่านมาผมมีความสุขมาตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรก็อยู่ด้วยกัน มันสบายใจจริง ๆ” แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายได้รับอยู่ฝ่ายเดียว เลยรู้สึกผิดมาตลอดเลย รู้สึกทรมานใจ…” “ แต่ก็มีความสุขมากจริง ๆ”

私も同じだった。ずっとそう思っていた。 私は返事が出来ないでいる。

ฉันเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน คิดแบบนั้นมาโดยตลอด ฉันไม่สามารถเอ่ยตอบอะไรออกไปได้

どうして彼と離れてしまったんだろう。 こんなにも大切だったのに。

ทำไมพวกเราถึงต้องแยกจากกันนะ ทั้งที่สำคัญต่อกันขนาดนี้แท้ ๆ

私は声を出そうとするが、上手くいかない。

ฉันพยายามจะส่งเสียงออกไป แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างใจคิด

物理的な妨げが私の喉にある。

มีสิ่งกีดขวางทางกายภาพบางอย่างอุดกั้นอยู่ในลำคอของฉัน

私は息を吸って、無理矢理出そうと力を入れる。 また、あの耳慣れない奇妙な音が鼻を出る。

ฉันสูดลมหายใจเข้า แล้วเค้นแรงฝืนเปล่งเสียงออกมา และแล้ว เสียงประหลาดไม่คุ้นหูก็เล็ดลอดออกมาทางจมูกอีกครั้ง

月の光が窓硝子に反射して、 酷く脆い崩れ方をした。

แสงจันทร์ตกสะท้อนบนบานกระจกหน้าต่าง แล้วแตกพร่าออกอย่างเปราะบางเหลือเกิน

彼は手を伸ばして、私の頭を触る。 髪を撫でる手。私の好きだった手。

เขายื่นมือออกมาสัมผัสบนหัวของฉัน มือที่คอยลูบผม... มือคู่นั้นที่ฉันเคยหลงรัก

もう一度深いため息が聞こえて、 私から離れていく。

ฉันได้ยินเขาถอนหายใจยาวอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อย ๆ ผละตัวห่างออกไปจากฉัน

彼は私を見て、呟く。

เขาเหลียวมองมาที่ฉัน พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา

「俺は、犬相手に何を話してるんだろうな」

“ผมนี่นะ... กำลังพูดเรื่องอะไรกับหมาอยู่กันแน่เนี่ย”

私は立ち上がる。 彼の元へ行こうとして、前脚を出す。

ฉันลุกขึ้นยืน แล้วก้าวขาหน้าออกไปเพื่อจะเดินเข้าไปหาเขา

床に落ちた写真が見える。 まばらに咲く桜の下で二人写っている男女。彼と、私だ。

ฉันมองเห็นรูปถ่ายที่ตกอยู่บนพื้น ภาพชายหญิงคู่หนึ่งที่ถ่ายรูปด้วยกันใต้ต้นซากุระที่บานอย่างบางตา... นั่นคือเขากับฉัน

部屋の中央に進む。 棚の隣に立てかけられた鏡が目に入る。

ฉันเดินตรงไปยังกึ่งกลางห้อง กระจกที่ตั้งพิงไว้ข้างชั้นวางของพลันปรากฏสู่สายตา

その前に立って、私は私を見る。

ฉันหยุดยืนอยู่ตรงหน้าบานกระจก แล้วจ้องมองดูตัวเอง

そうして、ようやく理解した。

และแล้ว ในที่สุดฉันก็เข้าใจ

どうしてわからなかったんだろう。 どうして忘れていたんだろう。

ทำไมถึงไม่เคยรู้ตัวเลยนะ ทำไมฉันถึงลืมมันไปได้นะ

そうだった、私は犬だ。

ใช่แล้วล่ะ... ฉันน่ะคือสุนัข

飾られていたあの写真は、 あれは人間だった頃の私だ。

รูปถ่ายที่เคยตั้งประดับอยู่นั้น นั่นคือตัวฉันในสมัยที่ยังเป็นมนุษย์

私が生まれる前の、私の前世だ。

คือชาติก่อนของฉัน... ก่อนที่ตัวฉันในร่างนี้จะเกิดมา

เครดิตและข้อมูลผลงาน

เครดิตคำแปล

ผู้แปล: Kujira

ตรวจทาน: Pudding, ookiimegane

ค้นหาคลังคำแปล

ปรับการอ่าน

ภาษา

ขนาดตัวอักษร
ระยะบรรทัด

เปลี่ยนบท