ある時、俺は雲だった。 何処までも続く大海原の上を旅した。 ある時、俺は雨だった。 地面に弾けて、ゆっくりと乾いた。 ある時、俺は花だった。 そして、その花の蜜でもあった。 ある時、俺は蝶だった。 ある時、俺はそれを食べた蜥蜴だった。 ある時俺は蜥蜴の還った土で、 それを食んだみみずだった。 その死骸を食べた虫で、 虫を啄んだ夜鷹でもあった。 また、ある日は落下したその夜鷹を受け止めた波で、それを分解するプランクトンで、 プランクトンを濾し取る魚で、 その魚の見た日差しだった。
ครั้งหนึ่ง ผมเคยเป็นเมฆ ล่องลอยเดินทางเหนือมหาสมุทรอันกว้างไกลไร้จุดสิ้นสุด ครั้งหนึ่ง ผมเคยเป็นสายฝน แตกกระทบพื้นดิน แล้วค่อย ๆ ระเหยแห้งไปครั้งหนึ่ง ผมเคยเป็นดอกไม้ และเป็นแม้แต่น้ำหวานของดอกไม้นั้น ครั้งหนึ่ง ผมเคยเป็นผีเสื้อ และครั้งหนึ่ง ผมก็เคยเป็นกิ้งก่าที่กินมันเข้าไป ครั้งหนึ่ง ผมเคยเป็นผืนดินที่ร่างกิ้งก่าสลายคืนกลับไป และเป็นไส้เดือนที่กินดินนั้น เป็นแมลงที่กินซากไส้เดือน และเป็นเหยี่ยวราตรีที่จิกกินแมลงต่อ อีกวันหนึ่ง ผมก็เป็นคลื่นที่รองรับร่างของเหยี่ยวราตรีซึ่งร่วงหล่นลงมา เป็นแพลงก์ตอนที่ย่อยสลายมัน เป็นปลาที่กรองกินแพลงก์ตอน และเป็นแสงแดดที่ปลาตัวนั้นมองเห็น
昔、俺は人間だった気がする。「思えば、昔からそうだった」
เมื่อก่อน ผมรู้สึกว่าตัวเองเคยเป็นมนุษย์ “คิดดูแล้ว ผมก็รู้สึกแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก”
テーブルに伸びた彼の手を見ながら、 私は初めてそこに広げられた大量の本や雑誌のことを意識する。
ขณะมองมือของเขาที่ทอดอยู่บนโต๊ะ ฉันก็เพิ่งสังเกตเห็นกองหนังสือและนิตยสารจำนวนมหาศาลที่วางกระจัดกระจายอยู่ตรงนั้นเป็นครั้งแรก
これほど目立つように散らばっているのに私はソファに座るまで気が付かなかった。
ทั้งที่มันเด่นชัดเสียขนาดนี้ แต่จนกระทั่งฉันนั่งลงบนโซฟา กลับไม่ทันได้สังเกตเลยด้วยซ้ำ
「子供の頃から、知らない景色が頭の片隅にあった。想像にしては嫌に解像度が高くて、目を閉じれば匂いだって感じられそうな気がして、胸が苦しくなる。
“ตั้งแต่เด็ก ในมุมหนึ่งของหัวผมจะมีภาพทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคยอยู่เสมอ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นจินตนาการ มันกลับชัดเจนเกินไป แค่หลับตาก็รู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นของมันจริง ๆ จนแน่นหน้าอก
気にしていなかったものが段々と気になってくる。浮かぶ要素を片っ端から書き出して、当てのありそうな本を書き集める。
สิ่งที่เคยไม่ใส่ใจ ค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจ ผมเริ่มจดทุกองค์ประกอบที่ผุดขึ้นมา แล้วรวบรวมหนังสือที่น่าจะเกี่ยวข้องทีละเล่ม
街並みは異国風だ。まずこの国じゃない。 近くに海がある。内陸の国じゃない。 服装や人、言語の感覚から勘ではあるが、ヨーロッパの雰囲気がある」
เมืองที่มีบรรยากาศต่างประเทศ อย่างแรกเลย มันไม่ใช่ประเทศนี้แน่ ๆ มันใกล้กับทะเล งั้นก็ไม่ใช่ประเทศที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน จากเสื้อผ้า ผู้คน สำเนียงภาษา ถึงจะเป็นแค่ความรู้สึก แต่เหมือนฝั่งยุโรปอยู่หน่อย ๆ”
彼が手に取った本の表紙が見える。 ヨーロッパの観光地。
ฉันเห็นปกหนังสือที่เขาหยิบขึ้นมา มันเป็นหนังสือเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรป
彼は本のページをパラパラと捲る。何箇所かページの端が折れている。
เขาพลิกหน้าหนังสือผ่านไปเรื่อย ๆ มีอยู่หลายหน้าที่มุมกระดาษถูกพับไว้
「例えばデンマーク。アンデルセンの生まれた国。ラトビア。美しい国だが、多分ここは違う。ポーランド、ドイツ、リトアニア。あとは、北へ行くと、この辺りか」
“อย่างเช่นเดนมาร์ก ประเทศบ้านเกิดของแอนเดอร์เซน ลัตเวียก็เป็นประเทศที่สวยดีแต่คงไม่ใช่ที่นี่ หรือจะเป็นโปแลนด์ เยอรมนี ลิทัวเนีย ถ้าเกิดว่าขึ้นไปทางเหนือก็คงแถวนี้ล่ะมั้ง”
彼はページを広げる。ページ名が目に入る。
เขากางหน้าหนังสือออก ฉันเห็นชื่อประเทศบนหน้านั้น
フィンランド、ノルウェー、スウェーデン。
ฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน
彼は写真付きのページを眺めながら、目を細める。
เขาหรี่ตามองภาพถ่ายในหนังสือ
「不思議な気分なんだ。知らないものを知っているような、見たこともない景色の匂いがわかるような。不思議なのも当たり前だ。そもそも、俺はこの国を出た事がない」
“มันเป็นความรู้สึกประหลาด เหมือนกับว่าผมรู้จักสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก เหมือนเข้าใจกลิ่นของทิวทัศน์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่จะว่าประหลาดก็คงไม่แปลกนัก เพราะผมเองก็ไม่เคยออกนอกประเทศนี้เลย”
切れ長の目がゆっくりと閉じる。
ดวงตาเรียวยาวของเขาค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ
彼は想像する。
เขาจินตนาการ
「昔、俺は人間だった、気がする。
“เมื่อก่อน ผมน่าจะเคยเป็นมนุษย์
それもまだ若い青年だった。 どうして外国にいるかはわからない。 大荷物だ。ギターと旅行鞄を持っている。
แล้วยังเป็นชายหนุ่มอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยู่ต่างประเทศ สัมภาระก็เยอะมาก ผมถือกีตาร์กับกระเป๋าเดินทางติดตัวอยู่
旅をしている。
ผมกำลังออกเดินทาง
それで、旅には何か目的があったような、 無かったような。
แล้วการเดินทางนั้นก็ดูเหมือนจะมีจุดหมาย แต่ก็เหมือนไม่มี
取り敢えず終着点だけ決めて、 当てもなく生きてみたかったのかもしれない。
อาจจะแค่กำหนดปลายทางไว้คร่าว ๆ แล้วลองใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมายดูก็ได้
若い頃によくあるやつか。 でもそうともいえない、焦燥のようなものも感じる。
เรื่องแบบที่วัยหนุ่มสาวชอบทำกัน แต่ก็คงไม่ใช่แค่นั้น ผมรู้สึกถึงบางอย่างคล้ายความร้อนรนอยู่ด้วย
兎に角色々な場所を見て、味わって、 そこから出てくるものを書き留めて。 言葉にしたり、詩にしたり、メロディにしたり。
ยังไงก็เถอะ แต่ผมได้เห็น ได้ลิ้มรสสถานที่มากมาย แล้วจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นจากตรงนั้น เปลี่ยนมันเป็นคำพูด เป็นบทกวี เป็นท่วงทำนอง
旅は楽しかったが苦しくもあった。 何も生まれない日々が続いて、 手持ちの金も足りなくなって」
การเดินทางนั้นทั้งสนุก แต่ก็เจ็บปวด มีช่วงเวลาที่ยืดเยื้อจนไม่มีเรื่องอะไรถือกำเนิดขึ้นมาเลย เงินที่มีติดตัวก็ค่อย ๆ ไม่พอใช้”
「そうしてある時、道を逸れた森の中で あるものを見た。
แล้ววันหนึ่ง ในป่าที่เผลอเดินออกนอกเส้นทางไป ผมก็ได้เห็นบางสิ่ง
大きな美しい雄鹿だ。
กวางตัวผู้ตัวใหญ่ที่แสนงดงาม
堂々として、ただ美しかった。 真っ黒な瞳に吸い寄せられるように、 俺は彼の後ろをついて歩いた。
มันยืนด้วยความสง่าและงดงาม ผมรู้สึกราวกับถูกมันดูดเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ผมจึงเดินตามมันไป
遠くへ続く木々の隙間から波の音が聞こえて、それが何とも美しくて。
จากช่องว่างระหว่างต้นไม้ที่ทอดยาวไกลก็มีเสียงคลื่นดังมา และเสียงนั้นก็ช่างงดงามเหลือเกิน
そのうちに、茂みから転がり出るように浜辺へ出た。
ไม่นานนัก ผมก็หลุดออกจากพุ่มไม้และได้ออกไปยังชายหาด
そこで俺は、静かな、 とても静かな満月を見た。」
แล้วที่นั่น ผมก็ได้เห็นพระจันทร์เต็มดวงอันเงียบสงบ ช่างเงียบสงบเสียเหลือเกิน”