彼の部屋に入るのは久しぶりだった。
เป็นเวลานานแล้วที่ฉันไม่ได้เข้าห้องของเขา
「寒かっただろ」彼が言った。
“หนาวไหม?” เขาเอ่ยถาม
玄関を上がって、私は貰ったバスタオルに体を包む。 懐かしい柔軟剤の匂いがする。
พอก้าวพ้นประตูเข้ามา ฉันก็เอาผ้าเช็ดตัวที่เขาให้มาห่อตัวไว้ บนผ้านั้นมีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มชวนให้คิดถึง
「ホットミルクでも作ろうかな」
“เอานมอุ่นไหม เดี๋ยวทำให้”
彼は私をリビングへ招き入れてから、 入り口側にあるキッチンへと消える。
หลังจากที่เขาพาฉันเข้ามาในห้องนั่งเล่น จากนั้นเขาก็หายไปในครัวที่อยู่ตรงทางเข้า
私は懐かしい気持ちのまま、部屋へ入る。 眺めながら歩みを進める。
ฉันเดินเข้าไปในห้องด้วยความรู้สึกที่คิดถึงอดีต ฉันก้าวเท้าไปเรื่อย ๆ พลางกวาดตามองความเป็นมาไปรอบ ๆ
この天気のせいで少し薄暗いが、あの頃と変わらない、私にとっては見慣れた部屋だった。
เพราะสภาพอากาศของวันนี้เลยทำให้ห้องดูมืดสลัวเล็กน้อย แต่สำหรับฉันแล้วมันก็ยังเป็นห้องที่คุ้นตาไม่ต่างจากเมื่อก่อน
二人で使うには少し大きかったテーブル。 真上にはペンダントライトが下がっていて、食卓を兼ねている。 そこに椅子が二脚。
โต๊ะที่ใหญ่เกินไปเล็กน้อยสำหรับคนสองคน ด้านบนมีโคมไฟห้อยลงมา พวกเราใช้โต๊ะนั้นตอนกินอาหาร ตรงนั้นมีเก้าอี้อยู่สองตัว
食器棚と衣装箪笥を通り過ぎて、 部屋の奥には2人掛けのソファがある。
พอเดินผ่านตู้เก็บจานกับตู้เสื้อผ้าไป ข้างในสุดของห้องนั้นมีโซฟาสองที่นั่งตั้งอยู่
壁にはアートポスターの他に、 日めくり型のカレンダーが掛かっている。
นอกจากโปสเตอร์รูปวาดบนผนังแล้ว ก็มีปฏิทินแบบฉีกวันแขวนเอาไว้อยู่
日付は見えない。
แต่มองไม่เห็นวันที่
ふいに私の身体に何かがぶつかった。 見覚えのない小さな棚だった。
ทันใดนั้นจู่ ๆ ร่างของฉันก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่าง มันเป็นชั้นวางของเล็ก ๆ ที่ไม่คุ้นตา
ぶしつけに部屋を詮索していた罰だろうか、
หรือว่านี่จะเป็นการลงโทษที่ฉันแอบเสียมารยาทสำรวจห้องของเขา
何かが上から落ちる。 慌てて手を伸ばすが間に合わず、 乾いた音を立てて床を転がった。
แล้วก็มีบางอย่างร่วงลงมาจากด้านบน ฉันลนลานแล้วรีบเอื้อมมือออกไปแต่ไม่ทัน มันร่วงกระทบกับพื้นห้องด้วยเสียงที่แห้ง
写真立てだ。中央に男女が肩を寄せて映っているのが見える。
มันคือกรอบรูปที่ตรงกลางภาพมีชายหญิงคนหนึ่งยืนเบียดไหล่กันอยู่
所々にピンクの花を付けた枯れ木同然の木を背景にして、二人は笑っている。
ในภาพนั้นมีคนสองคนกำลังยิ้มอยู่ ซึ่งมีฉากหลังเป็นต้นไม้แห้งเหี่ยวราวกับซากไม้ที่มีดอกไม้สีชมพูแต้มอยู่ประปราย
彼と私だ。
เขากับฉันนั่นเอง
私はこの時のことをよく覚えている。 何だか気まずい気持ちになって、 目を逸らした。
ฉันจำเรื่องในตอนนั้นได้ดี ทันใดนั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา จนต้องหลบสายตา
キッチン側から足音が聞こえて、 コップとお皿を持った彼が顔を出す。
จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากทางครัว เขาโผล่ออกมาพร้อมแก้วกับจานในมือ
「大丈夫かい?」
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
私は頷いて、床に目を向ける。
ฉันพยักหน้า แล้วก้มมองไปที่พื้น
「ごめんなさい、壊れてないかな」
“ขอโทษนะ… มันคงจะไม่แตกใช่ไหม”
彼はテーブルに両手のものを置いてから、 床に転がった写真立てを拾った。
เขาวางของในมือลงบนโต๊ะ ก่อนก้มเก็บกรอบรูปที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมา
そうして、暫くそれを見ていた。
แล้วเขาก็มองมันอยู่สักพักหนึ่ง
長い沈黙が降りた。
ความเงียบอันยาวนานก็ได้ปกคลุมลงมา
「これ楽しかったな」
“อา…ตอนนั้นสนุกดีนะ”
ぽつりと彼が言った。私もよく覚えている。 いつか二人で見に行った秋の桜。
เขาพูดขึ้นเบา ๆ และฉันเองก็จำมันได้ดี ซากุระในฤดูใบไม้ร่วง ที่ครั้งหนึ่งเราเคยไปดูด้วยกัน
「そう、あれだ、狂い咲きの。秋も半ばなのに、嵐の後で春みたいな陽気が続いて。その影響で狂い咲きの桜が咲いたって云うから、二人で観に行こうって話になったんだっけ。緑道近くで待ち合わせをして」
“ใช่…ตอนนั้นน่ะ ตอนที่มีพายุพัดเข้ามา ทั้งที่เข้ากลางฤดูใบไม้ร่วงแล้วแท้ ๆ แต่หลังพายุผ่านไปอากาศกลับอุ่นต่อเนื่องเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ เพราะสาเหตุนั้นเลยทำให้ซากุระบานขึ้นมา พวกเราสองคนก็เลยคุยว่าไปดูกันไหม แล้วก็นัดกันแถวทางในสวน”
「うん」
อื้อ…
「レジャーシートに水筒を下げて、いつものサンドウィッチまでカゴに詰めて、二人ともちょっとしたレジャー気分で」
“พวกเราวางกระติกน้ำลงบนเสื่อปิกนิก แล้วก็นำแซนด์วิชที่กินประจำใส่ตะกร้าเอาไว้ เหมือนกับออกไปพักผ่อนเบา ๆ เลย”
「うん」
อืม…
私は思い出す。
ฉันนึกย้อนกลับไป
町外れの緑道に彼はいつも通りの身軽な格好でやってきた。
ตรงทางเดินในสวนนอกเมือง เขาเดินมาหาด้วยชุดสบาย ๆ ที่สวมเป็นประจำ
「緑道はいつも通り閑散としていて、それでも散歩がてらに桜を観に来た人がちらほらと見えて」
“ทางเดินก็ยังเงียบเหงาเหมือนทุกที แต่ก็พอมีคนที่มาเดินเล่นพร้อมดูซากุระอยู่ประปราย”
「それで、いざ桜並木に訪れたら」
“จากนั้นพวกเราก็เดินไปถึงต้นซากุระกัน”
彼は少し笑みを浮かべた。
เขายิ้มบาง ๆ
「殆ど葉のない、文字通り枯れ木に花を添えたような桜の木が出てきた」
“ต้นซากุระนั้นน่ะไม่มีใบเลย พูดได้เต็มปากเลยล่ะว่าเป็นแค่ต้นไม้แห้ง ๆ กับดอกไม้แค่ไม่กี่ดอก”
「嫌な予感はしたんだよな。ニュースで見た写真は接写の花ばかりだったから。俺たちが勝手に満開の桜を想像しただけで、狂い咲きって本来そういうものだってことは後になって知って」
“ตอนนั้นผมแอบรู้สึกไม่ดีแล้วล่ะ รูปที่เห็นในหนังสือพิมพ์ก็มีแต่ที่ถ่ายใกล้ ๆ กับต้นไม้ เป็นพวกเรานั่นแหละที่เผลอจินตนาการกันเองว่ามันจะบานสะพรั่งเต็มต้น แล้วก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าซากุระที่บานผิดฤดูมันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
「うん」
อื้อ
「ちょっと期待外れで立ち尽くしてから、自分たちの格好を見返して、面白くてたまらなくなって。二人とも笑いを堪えながらレジャーシートを敷いて。
“เพราะไม่ตรงกับที่หวังเอาไว้ พวกเราเลยยืนอึ้งกันไปนิดหน่อย พอก้มมองดูสภาพตัวเอง ก็ตลกจนแทบจะทนไม่ไหว เราสองคนพยายามกลั้นหัวเราะไปพลาง ปูเสื่อไปพลาง
秋にしては日が暖かくて、桜がもう少し多く咲いていれば春だと思ったかもしれなかった。きっと桜の花もそう勘違いして出てきたんだ。勝手に期待して外に出てきた俺たちと同じで」
วันนั้นเป็นวันที่ค่อนข้างอบอุ่นผิดกับฤดูใบไม้ร่วง ถ้าดอกซากุระบานมากกว่านั้นอีกสักหน่อยอาจเผลอคิดว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิก็ได้ บางทีดอกซากุระเองก็คงเข้าใจผิดเลยผลิบานออกมา ไม่ต่างจากพวกเราที่คาดหวังไปเองแล้วออกจากบ้านมา”
加えて言うなら、彼が通り掛けに何処かで買ってきたらしいレジャーシートは二人分にしては少し小さかった。
ยิ่งไปกว่านั้น เสื่อปิกนิกที่เขาแวะซื้อจากที่ไหนสักแห่งระหว่างทางก็ดันเล็กเกินไปนิดสำหรับคนสองคน
「思えばいつもそうだった。一つの側面ばかり見て、本当の形を知らない。全体が見えて初めて物の形がわかる筈なのに、全てが終わって、やっと思い返す時まで考えることさえしない」
“พอมาลองคิดดูแล้วที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนั้นตลอด พวกเรามองเห็นแค่ด้านเดียว ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร ทั้งที่เราควรจะมองเห็นภาพรวมก่อนถึงจะเข้าใจมันได้ แต่พวกเราไม่แม้แต่จะคิดถึงมันเลย จนกระทั่งทุกอย่างจบลง แล้วถึงค่อยย้อนนึกกลับไป”
写真を見たまま、彼は話し続ける。
เขาพูดต่อไปในขณะที่มองรูปถ่ายใบนั้น
「昔のことばかり美しく見える。あの頃は良かった。あの頃が良かった。本当に良かったんだ。なぁ、やり直したいなんて都合の良いことは言えないよな」
“เรื่องในอดีตมันมักจะสวยงามจริง ๆ ในตอนนั้นมันช่างดีเหลือเกิน วันเวลาเหล่านั้นช่างดีจริง ๆ มันดีจริง ๆ นะ ถ้าจะพูดว่าอยากเริ่มต้นใหม่มันก็คงจะฟังดูเห็นแก่ตัวเกินไป”
「戻りたくても戻れない」
“แต่ถึงแม้ว่าอยากจะย้อนกลับไปแค่ไหน ก็กลับไปไม่ได้หรอก”
私も同じ気持ちだった。ずっとそうだった。
ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แล้วก็รู้สึกแบบนั้นมาตลอด
今ここで、別れたことに未練が無いと言えば嘘になることを彼に伝えたら、どういう反応をするだろうと私は少し思った。
ในตอนนี้ ณ ที่แห่งนี้ ฉันเผลอคิดขึ้นมาว่าถ้าฉันพูดบอกเขาไปว่าการที่ฉันนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้วนั้นเป็นเรื่องโกหก เขาจะมีสีหน้าตอบสนองแบบไหนกันนะ
沈黙が続いた。部屋に入ってから初めて雨音が聞こえた気がする。
ความเงียบสงัดก็ยังดำเนินต่อไป หลังจากเข้ามาในห้อง ฉันเพิ่งรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฝนเป็นครั้งแรก
楽しかったなぁ。
ตอนนั้นสนุกดีนะ…
彼はもう一度呟いた。
เขาพึมพำอีกครั้ง
二人でソファに腰掛けて、夕方の雨音を聞いていた。
พวกเรานั่งอยู่บนโซฟาด้วยกันพร้อมฟังเสียงฝนยามเย็นตกกระทบอยู่เงียบ ๆ
彼が入れてくれたホットミルクを時折飲みながら、ソファの座面に置いたミルクが溢れないかどうか、私はそればかり考えていた。
ฉันค่อย ๆ จิบนมอุ่นที่เขาชงให้เป็นระยะ ๆ ในขณะนั้นฉันก็คิดว่านมที่วางอยู่บนโซฟาจะหกเลอะเบาะหรือเปล่านะ
テーブルの上に置き直された写真立てが 自然光で不自然に反射していた。
กรอบรูปที่ถูกนำไปวางคืนบนโต๊ะ สะท้อนแสงธรรมชาติออกมาอย่างผิดธรรมชาติ
「そういえば」
“จะว่าไปแล้ว…”
暫く経ってから漸く、いつものあの調子で彼が言った。
หลังผ่านไปพักใหญ่เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง
私はつるつると滑るミルクの表面を眺めている。
ฉันยังคงมองผิวนมที่ลื่นไหลอยู่
そうして、次はどんな前世の話をするのだろうかと考えている。
พลางคิดไปว่า คราวนี้เขาจะเล่าเรื่องชาติภพก่อนแบบไหนออกมาอีกกันนะ