川沿いの緑道を歩きながら、 私は昨日彼がした話を思い出している。
ในระหว่างที่เดินเลียบสวนใกล้แม่น้ำอยู่ ฉันก็กำลังนึกถึงเรื่องที่เขาพูดเมื่อวาน
足元の草に付着した朝露が、 日差しを受けて艶やかに光る。
หยาดน้ำค้างยามเช้าที่เกาะติดบนใบหญ้าใต้เท้า ได้ต้องแสงตะวันและเปล่งประกายระยิบระยับ
それが歩くたびに爪先に触れる。
ทุกครั้งที่ฉันก้าวเดิน หยาดน้ำค้างจะกระทบปลายเท้าของฉัน
私は考える。今より前の生。
ฉันคิดไตร่ตรองว่าชีวิตในชาติก่อน
私にとってそれは何なんだろうか。
สำหรับฉันแล้วฉันเป็นอะไรกันแน่นะ
彼が言うように、人じゃなく、もしかしたら 花や木や動物だったりするのかもしれない。
ฉันอาจจะไม่ใช่คน แต่อาจจะเป็นพวกดอกไม้ ต้นไม้ หรือสัตว์ เหมือนอย่างที่เขาพูดไว้ก็ได้
前世。前世。
ชาติก่อน ชาติก่อน
何となく口に出しながら、不思議なくらいに引っ掛かりのあるその言葉を、私は少し気に入っている。
ในระหว่างที่พูดออกมาลอย ๆ ฉันก็รู้สึกสนใจคำนั้นที่ชวนสะดุดใจอย่างประหลาดขึ้นเล็กน้อย
気が付くと道の向こうにあのベンチが見える。
พอรู้ตัวอีกที ฉันก็เห็นม้านั่งตัวนั้นอยู่อีกฟากของทางเดิน
「今日も来たんだな、」と彼が言った。 「いけなかった?」私は聞き返す。
“วันนี้ก็มาสินะ” เขาเอ่ย “ฉันมาไม่ได้เหรอ” ฉันถามกลับ
彼は微笑む。 何だか懐かしいような感覚がある。
เขายิ้มขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นช่างน่าคิดถึงอย่างบอกไม่ถูก
私たちが離れて暮らすようになってから、 もう随分と経つ。
เวลาก็ผ่านมานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเราแยกกันอยู่
こんな場所にまで通い詰めて、よく考えれば、私は彼に迷惑をかけてしまっているんだろうか。
การที่ฉันแวะเวียนมาที่นี่บ่อย ๆ พอคิดดูดี ๆ แล้ว บางทีฉันอาจกำลังรบกวนเขาอยู่ก็ได้
少し不安になりながら、彼の隣に座り直した。 そうして、暫く風にそよぐ赤い花を眺めた。
ฉันขยับตัวไปนั่งข้าง ๆ เขาพลางเริ่มกังวลถึงเรื่องนั้นขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้น ฉันก็เหม่อมองดอกไม้สีแดงฉานลู่ลมอยู่ครู่หนึ่ง
「また変な夢を見たよ」
“ผมฝันแปลก ๆ อีกแล้วล่ะ”
私は少し嬉しくなる。 丁度さっき、そのことを考えていた。
ฉันดีใจขึ้นมานิดหน่อย เมื่อกี้ฉันเพิ่งนึกถึงเรื่องนั้นพอดีเลย
彼は私を横目に見ながら、 本のページを捲った。
เขาพลิกหน้าหนังสือ พร้อมกับชำเลืองมองมาที่ฉัน
「夢の中で、俺は鳥だった。夕暮れを飛ぶことが好きな一匹の鳥。」
“ในฝันน่ะ ผมเป็นนกล่ะ เป็นนกตัวหนึ่งที่ชอบบินเมื่อยามอาทิตย์อัสดง”
「ふうん」
“อืม”
「鳥は好きだ。羽が動く様子が可愛らしいから。」
“ผมชอบนกนะ เวลาขยับปีกแล้วมันน่าเอ็นดูดี”
私は空を見上げる。 淡い色の花が揺れている。
ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้า ดอกไม้สีจางกำลังพลิ้วไหว
「昼は地面の虫を食べて、夜は星と並んで飛ぶ。月に向かって羽根を動かしながら、ジャズのスウィングみたいなリズムで。悲しいことは何もなかった。」
“ตอนกลางวันก็เฝ้ากินแมลงตามพื้น ตกกลางคืนก็บินว่อนไปตามหมู่ดาว สะบัดปีกแล้วมุ่งสู่ดวงจันทร์ด้วยจังหวะสวิงของเพลงแจ๊ส ไม่มีเรื่องอะไรให้เศร้าใจเลยล่ะ”
私は想像する。鳥になった彼が、 夜の雲の間を飛行している。
ฉันจินตนาการภาพเขาที่เป็นนก กำลังโบยบินท่ามกลางหมู่เมฆยามราตรี
「特に好きだったのが水浴びだった。 羽根を震わせるたびに水しぶきが飛んで、
“ที่ผมชอบเป็นพิเศษเลยก็คือการเล่นน้ำ ทุกครั้งที่ผมกระพือปีก ละอองน้ำก็แตกกระเซ็นไปทั่ว
それが、何だろう、 俺自身が雨を降らせてるみたいで。 意味もなく何度も水を振り撒いて。
นั่นน่ะ ว่ายังไงดีล่ะ มันเหมือนกับว่าผมสามารถเสกฝนเองได้ยังไงอย่างนั้นเลย และผมก็สาดน้ำต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่มีเหตุผล
昔、俺は雨雲だったのかもしれないとも思った。
ผมคิดเหมือนกันว่าบางทีเมื่อก่อนผมอาจจะเคยเป็นเมฆฝนก็ได้
毎日何も考えず楽しい気持ちで、 生きて、食べて、飛んで、眠って、 水浴びをして、
ผมแค่สนุกไปกับการใช้ชีวิต กิน โบยบิน หลับใหล เล่นน้ำไปวัน ๆ โดยที่ไม่ต้องคิดอะไร
そうしているだけで季節が巡っていって。
พอทำแบบนั้นแล้ว ฤดูกาลก็หมุนเวียนไป
何となく、一生これが続くんだろうと 思っていた。」
ผมเคยเผลอคิดว่าผมคงได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ไปตลอดกาลแน่ ๆ”
「ある時だった。 地面に出来た水溜まりに立ち止まって、 俺は自分の姿をそこに見ていた。
“จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้หยุดยืนตรงแอ่งน้ำที่นองอยู่บนพื้น และจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองตรงแอ่งน้ำนั่น
自慢の羽をかざしてみたり、 その羽毛の並びを整えたり、
ผมสยายปีกอันน่าภูมิใจของผมไปพลาง จัดเรียงขนให้สวยงามไปพลาง
忙しない楽しさの中で、 ふと何か違和感がした。
ในระหว่างที่ผมหมกมุ่นอยู่กับความเพลิดเพลินเหล่านั้น จู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
水面に太陽が映っていたんだ。
ดวงอาทิตย์มันกำลังสะท้อนบนผิวน้ำล่ะ
何かを思い出した気がする。
ผมรู้สึกว่าผมนึกบางอย่างขึ้นมาได้
俺はなんだか堪らない気持ちになって、 焦るように飛び上がった。 居ても立っても居られない。
ความรู้สึกบางอย่างมันท่วมท้นออกมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่ผมจะทะยานขึ้นไปอย่างร้อนรน ด้วยความกระวนกระวายใจจนแทบทนไม่ได้
雨上がりの空へ羽ばたいた。 曇り雲の向こう側にうっすら見える 太陽を目掛けて、一目散に駆けた。
ผมขยับปีกบินไปบนท้องฟ้าหลังฝน แล้วพุ่งตัวสู่ดวงอาทิตย์ ที่เห็นอยู่เลือนรางหลังม่านเมฆ
いつまで経っても近付かない太陽が、 自分を笑っている気がする。
ผมรู้สึกเหมือนกับว่าดวงอาทิตย์ที่ผมบินไปไม่ถึงสักทีนั่น มันกำลังหัวเราะเยาะผมอยู่
夜が来て、また朝が来て、自分が飛んでいるのか落ちているのかもわからなくなる。
ค่ำคืนและรุ่งอรุณได้มาเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า จนผมไม่รู้เหมือนกันแล้วว่าตอนนี้ผมกำลังโบยบิน หรือกำลังร่วงหล่นอยู่กันแน่
ふと、俺はあれは太陽ではなく 月なんじゃないかと思い始める。
แล้วจู่ ๆ ผมก็เริ่มคิดว่านั่นอาจไม่ใช่ดวงอาทิตย์ แต่อาจจะเป็นดวงจันทร์ก็ได้
光を放つ大きな円形の月。
ดวงจันทร์กลมโตที่เปล่งแสงเจิดจ้า
そう思うと、何だか酷く懐かしい感覚がして。もしかすると俺はこれに引き寄せられているんじゃないかと考えながら」
พอคิดแบบนั้นแล้ว ผมก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์อย่างบอกไม่ถูก บางทีแล้ว ผมคงกำลังถูกมันดึงดูดเข้าให้แล้วล่ะ”
「そこから先は覚えてない。
“หลังจากที่คิดเช่นนั้น ผมก็จำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
戻って元通りの生活をしたのか、 もしくは死んだのかも。
ผมอาจจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม หรือผมอาจจะตายไปแล้วก็ได้
いずれにせよ、まあ 幸せな生だった気はする」
แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน มันก็คงเป็น… ชีวิตที่มีความสุขมาก ๆ เลยล่ะ”
彼は本を閉じる。
เขาปิดหน้าหนังสือ
その日の夜、私は夢を見た。
ในคืนนั้น ฉันฝันถึงเรื่องราว
夢の中で、私は一吹きの風だった。
ในฝันนั้น ฉันเป็นสายลมเพียงวูบหนึ่ง
空を駆ける夜鷹になった彼に寄り添って、 何処までも遠くへ運ばれていく。
ฉันอยู่เคียงข้างเขาผู้กลายเป็นเหยี่ยวราตรีซึ่งโบยบินอยู่บนฟากฟ้า และถูกพาไปไกลแสนไกล
そういう夢だった。
นั่นคือความฝันที่ฉันได้เห็น